Connect with us

ข่าวเด่น

“ศักดิ์สยาม” ย้ำชัด ปี 65 การขนส่งทางเรือจะเติบโต เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจ จากภาคตะวันออก สู่ภาคใต้ และกลุ่ม BIMSTEC

หนังสือพิมพ์ชลบุรีโพสต์ออนไลน์ (www.chonburipostonline.com) โดยทีมข่าว “ โต บางแค ” โทร. 089 931 2068

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ แหลมฉบัง-จุกเสม็ด จ.ชลบุรี   เพื่อติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ หวังเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจจากภาคตะวันออกสู่ภาคใต้ และกลุ่ม BIMSTEC

วันนี้ ( 9 ธ.ค.)  ที่ท่าเทียบเรือกองบริการ ท่าเรือแหลมฉบัง  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นายภัครธรณ์  เทียนไชย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  ,นายขวัญเลิศ  พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เขต 5  จังหวัดชลบุรี  , เรือโทยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย รักษาการผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ,ร้อยตำรวจตรี มนตรี  ฤกษ์จำเนียร  ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ,พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า ให้การต้อนรับ  นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  กล่าวว่า  กระทรวงคมนาคม มีนโยบายมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วประเทศอย่างบูรณาการ ทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ ให้มีความเชื่อมโยง ความสะดวกปลอดภัย รวมทั้งสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน กระทรวงคมนาคมได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมในเชิงรุกมุ่งเน้นการบูรณาการ ระหว่างรูปแบบการขนส่งกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (shift mode) จากถนน สู่เรือมากขึ้น

โดยได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย เร่งพัฒนาโครงการสำคัญเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เป็นประตูการค้าเชื่อมโยงพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก และตะวันตก ให้เชื่อมต่อและขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออก สู่ภาคใต้ทางกระทรวงคมนาคม จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้น เห็นว่าควรจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติใน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1) การเดินเรือภายในประเทศ (Domestic Marine Line) เชื่อมโยงการเดินทางอ่าวไทย ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศและกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและท่าเทียบเรือรองรับการดำเนินการดังกล่าวรวมทั้งการพิจารณาอนุญาตเกี่ยวกับสายการเดินเรือ ซึ่งปัจจุบันกรมเจ้าท่ารวมดำเนินการกับ บริษัท ซีฮอร์สเฟอร์รี่ จำกัด ได้นำเรือ Ro-Ro Ferty “The Blue Dolyphin “  เดินเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวเส้นทางระหว่างจังหวัดชลบุรี กับจังหวัดสงขลา เปิดให้บริการเรือเส้นทาง สัตหีบ-สงขลา ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้การพัฒนาสายการเดินเรือภายในประเทศ (Domestic Marine line) เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศ โดยเริ่มทดลองให้บริการเดินเรือเมื่อเดือน พ.ย.2564 ที่ผ่านมา และมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2565

นายศักดิ์สยาม  กล่าวต่อไปว่า  โดยระยะแรกจะเปิดให้บริการเส้นทางท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ(จุกเสม็ด)-ท่าเรือสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะลดปัญหาการจราจรลดปริมาณรถในการขนส่งสินค้าประมาณ 90,000 คันปี ซึ่งจะลดลงไปเมื่อหันมาใช้การขนส่งทางน้ำลดอุบัติเหตุ และ 2. การเดินเรือในระดับ International แบ่งเป็นสายการเดินเรือฝั่งตะวันออก (East) ตั้งแต่กัมพูชา เวียดนาม เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และฝั่งตะวันตก (West)  ได้แก่ แอฟริกา และ ยุโรป  หรือ กลุ่ม BIMSTEC  คาดแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2  ของ ปี  2565 สำหรับเรือ The Blue Dolyphin ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมเจ้าท่า มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นในการเดิน ทาง รวมทั้งมีตารางการเดินเรือที่แน่นอน สามารถเดินทางระหว่างภาคตะวันออกไปภาคใต้ ได้อย่างสะดวก โดยเรือขนาด 7,003  ตันกรอสยาว 136.6 เมตร กว้าง 21 เมตรกันน้ำลึก 5.7 เมตร สามารถรองรับรถยนต์ ส่วนบุคคลและรถบรรทุกได้ประมาณ 100 คันรองรับผู้โดยสารได้ 536 คน ใช้ระเจเวลาเดินทางประมาณ 20 ชั่วโมง ให้บริการ 1 เที่ยวไปกลับ ต่อสัปดาห์  ในวันอังคาร และ วันพุธ และจะขยายการให้บริการในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งการเปิดให้บริการเรือดังกล่าว จะทำให้ประชาชนและผู้ใช้บริการที่ต้องการเดินทางหรือขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันออก-ภาคใต้ มีทางเลือกในการเดินทางการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งช่วยลดปัญหาการจราจรทางบก ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ลดต้นทุนการบำรุงรักษาถนน เสริมศักยภาพสายการเดินเรือภายในประเทศ

นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางน้ำด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นการขนส่งที่สะดวกและได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเทียบกับรูปแบบการจนลงอื่น ๆ เนื่องจากมีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่า สามารถขนส่งสินค้าได้ปริมาณมาก ซึ่งการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)  จะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการดำเนินการ  เช่น  ท่าเรือแหลมฉบัง ให้มีขีดความสามารถในการขนส่งตู้สินค้ารองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น

นายขวัญเลิศ  พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เขต 5  จังหวัดชลบุรี 
คณะทำงาน ศูนย์ประสานงาน นายขวัญเลิศ  พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เขต 5  จังหวัดชลบุรี 

นายศักดิ์สยาม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กระทรวงฯ ยังมีนโยบายการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางน้ำที่สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบขนส่งเป็นสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยกรมเจ้าท่าได้มุ่งมั่นพัฒนา เสริมสร้างประสิทธิภาพในภูมิภาค การบริหารจัดการท่าเรือโดยการนำระบบ  Automation เพื่อมาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งทางและพัฒนาท่าเรือในภูมิภาค เชื่อมโยงการเดินทาง และการท่องเที่ยวให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย ก่อให้เกิดรายได้และการพัฒนาด้านระบบคมนาคม ที่ยังยืนต่อไป

โต  บางแค ……….. เรียบเรียง / เจิดศักดิ์  แสงทองเจริญ ( น้อย  บางกอกโพสต์ ) …… รายงาน

Advertisement
Advertisement

Copyright © 2020 ChonburipostOnline.Office 150/12 Village No.2 Surasak, Sriracha, Chonburi, 20110, Tel. 089 931 2068, Fax 038 328 438 Powered Tro BangKrea.